Search
Search ×
Menu
  1. หน้าหลัก
  2. ความภาคภูมิใจ
  3. คุณค่าหลักแห่งสถาบัน
  4. หลักสูตร
  5. ข่าวสาร
  6. ติดต่อเรา
Monday, December 9, 2019

บทความ

admin bi

บทความของอดีตผู้บังคับบัญชา ฉบับที่ ๘

เส้นทางที่...“เลือก” !!!

            “ชีวิตทางทหาร เกิดใหม่ ครั้งที่ ๒ เมื่อสำเร็จการศึกษาโรงเรียนเสนาธิการทหารบก”เป็นคำกล่าวที่เป็นจริงในชีวิตของนายทหารกองทัพบก วันนั้นจึงเป็นวันกำหนดชะตาชีวิตครั้งสำคัญ

            “กระผม .................. ขอรับราชการในตำแหน่ง ................. ครับ” กล่าวยืนยัน ท่ามกลางเพื่อนร่วมชุด และต่อหน้าคณาจารย์ วันนั้นจะมี ๓ ทางเลือกให้เดิน หลังจบคำว่า “...ครับ” สามารถแบ่งและจัดลำดับความต้องการของพวกเขา ได้คือ ลำดับที่ ๑ ตำแหน่งผู้บังคับบัญชา ลำดับที่ ๒ ตำแหน่งฝ่ายอำนวยการเป็นสองลำดับที่มีคนเลือกมากที่สุด มีสัดส่วนมากถึง ๙๗% ที่เหลือลำดับที่ ๓ ตำแหน่งอาจารย์ รร.สธ.ทบ.เฉลี่ยประมาณ ๓% ถือว่าน้อยมากๆ

            จาก อาจารย์ รร.สธ.ทบ. ๘ - ๑๐ นาย ในแต่ละปี คือผู้ที่จะทำหน้าที่ผลิตผู้บังคับบัญชาและฝ่ายอำนวยการให้กับกองทัพบกต่อไปอีก เวลา ๑๐ ปีข้างหน้า ผมเป็นคนหนึ่งที่เลือกเป็น “อาจารย์” เมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๗ ตลอดระยะเวลา ๒๕ ปีที่สอนอยู่ที่นี่  เฝ้าถามตัวเองอยู่เสมอว่า“ด้ทำอะไรให้กับกองทัพบก และประเทศชาติแล้วบ้าง?”

            “สมัครเป็นอาจารย์สอนหนังสือ แล้วงัยต่อ?” เป็นคำถามที่ท้าทายมากที่สุด ผมเริ่มคิดและสร้างผลงานที่แตกต่างจากอาจารย์อื่นๆ เริ่มจาก ปี พ.ศ.๒๕๔๘ ได้จัดทำ Pocket book เล่มแรก เรื่อง “คู่มือการก่อการร้ายอัลเคคา” นั่นคือจุดเริ่มต้นของ “หนังสือ” อีกไม่น้อยกว่า ๒๐ เล่มที่จะตามมาในภายหลัง 

 

 

          วันที่ “หนังสือ” เล่มแรกผลิตออกมา ก็ยังหาทิศทางไม่เจอว่า จะเขียนไปในทิศทางใด แต่เมื่อเขียนไปได้ระยะหนึ่ง โครงสร้างและกลุ่มหนังสือได้ผุดขึ้นจาก “จินตนาการ” ผมย้อนกลับไปดูชีวิต บนเส้นทาง งานเขียนที่เดินผ่านมา จึงได้พยายามจัดกลุ่มหนังสือที่เขียนไว้ เป็น ๔ กลุ่ม คือ กลุ่มรักบ้านเกิด กลุ่มสถาบันการศึกษา (รร.สธ.ทบ.) กลุ่มชาติบ้านเมือง และกลุ่มระดับโลก จะแสดงในรายละเอียดต่อไป

          กลุ่มแรกรักบ้านเกิด มีเรื่องเดียว เรื่อง “เมืองอรัญฯ ฅนอรัญฯ” เขียนเมื่อปี พ.ศ.๒๕๕๙ เพื่อแสดงถึง ความกตัญญูต่อบ้านเกิด คือ “เมืองอรัญ” เป็นเรื่องเล่าเชิงประวัติศาสตร์ ชีวิตวัยเด็กและการศึกษา รวมทั้งประวัติศาสตร์การสร้างเมือง และเหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงสำคัญๆ ของเมืองอรัญ ที่จดจำได้ในชีวิตวัยเด็กและคำบอกเล่าของเพื่อนๆ ในสมัยโรงเรียนมัธยม ปัจจุบันได้แจกจ่ายให้ ๓๗ โรงเรียนในอำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้วแล้ว

 


        กลุ่มที่สองเกี่ยวกับสถาบันการศึกษา ณ โรงเรียนเสนาธิการทหารบก มี ๓ เรื่อง กล่าวคือ เรื่องแรก

จาก “ประภาสโยธิน” สู่ “เสนาธิปัตย์” เขียนเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๘ ปีที่ย้ายโรงเรียนเข้าที่ตั้งแห่งใหม่ เหตุผลที่เขียนเพื่อเล่าเรื่องโรงเรียนเก่าที่ประทับใจและมีคุณค่าเชิงประวัติศาสตร์กับโรงเรียนแห่งใหม่ว่ามีการก่อสร้างและอนาคตจะเป็นอย่างไร เล่มที่ ๒ คือ “ถอดรหัสพงษาวดารยุทธศิลปะ” เมื่อปี พ.ศ.๒๕๖๐ เป็นหนังสือที่ย้อนไปถึงเอกสารเล่มแรกของ รร.สธ.ทบ. “พงษาวดารยุทธศิลปะ” ที่เจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ ทรงนิพนธ์ไว้ ได้ถอดรหัสเรื่องสำคัญๆ ในหนังสือโบราณเล่มนี้ ให้เป็นภาษาไทยปัจจุบัน ให้อ่านง่าย และเปิดโอกาสให้ผู้สนใจย้อนกลับไปการอ่านหนังสือต้นฉบับ และที่สำคัญสามารถสืบค้นกลับไปถึง “หน้าที่ของเสนาธิการ” จากหนังสือ ในหน้า ๘๕๗ ซึ่งเปิดกางไว้ ณ พิพิธภัณฑ์ รร.สธ.ทบ. และเล่มที่ ๓ เรื่อง “จริยธรรมฝ่ายอำนวยการ รร.สธ.ทบ.” เมื่อปี พ.ศ.๒๕๖๑ เขียนไว้เพื่อเป็นเอกสารสำคัญให้ได้ศึกษาและทบทวนการประพฤติปฏิบัติตนของผู้จะเป็นฝ่ายเสนาธิการในอนาคตหรือปัจจุบันว่า มีจริยธรรมหรือคุณธรรมมากน้อยเพียงไร เมื่อเปิดอ่านแล้วนำมาสอนตัวเอง หน้าต่อหน้า บรรทัดต่อบรรทัด

 

 

     กลุ่มที่สาม เกี่ยวกับชาติบ้านเมือง เป็นเรื่องความขัดแย้งทางการเมืองในกรุงเทพฯ และปัญหาก่อความไม่สงบในพื้นที่ จชต. แบ่งออกเป็น ๒ กลุ่มย่อย ซึ่งกลุ่มย่อยแรก มี ๒ เล่ม เป็นเรื่อง “สงครามกองโจรในเมือง : บทเรียนจากอดีตสู่อนาคต” เมื่อปี พ.ศ.๒๕๕๔ เป็นเรื่องหลักคิด หลักยุทธวิธีของ “คาลอส มาริเกลล่า” เกี่ยวกับ “สงครามกองโจรในเมือง” เป็นการใช้ความรุนแรงตอบโต้รัฐ อีกเรื่องเป็นปรากฏการณ์ทางสังคมที่เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานคร คือเรื่อง “สงครามอารยะขัดขืน (Civil Disobedience)?” เขียนเมื่อปี พ.ศ.๒๕๕๗ เป็นการแสดงออกทางการเมืองครั้งสำคัญของกลุ่ม กปปส. ยกระดับสูงสุดเป็นการ “Shut down Bangkok” สถานการณ์วันนั้น จะเรียกว่าเป็น “สงครามอารยะขัดขืน” หรือไม่ อนาคตเท่านั้นที่จะตอบได้ แต่เรื่องนี้เป็นกรณีศึกษาสำคัญที่ รร.สธ.ทบ. จะต้องมีไว้ให้เล่าเรียนกัน เพราะไม่ทราบว่าอนาคตจะเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นอีกหรือไม่ ในฐานะฝ่ายเสนาธิการจะต้องเรียนรู้ไว้ 

     

   กลุ่มย่อยที่ ๒เป็นเรื่องเกี่ยวกับปัญหาการก่อความไม่สงบในพื้นที่ จชต. ในช่วง พ.ศ.๒๕๔๗ ถึง พ.ศ.๒๕๖๐ มีหนังสือ จำนวน ๙ เล่ม ดังนี้

            ๑.ก้าวไปข้างหน้ากับการ ปปส. (พ.ศ.๒๕๕๒)พิมพ์แล้ว ๗ ครั้ง (๗,๐๐๐ เล่ม)

            ๒.สงครามทางยุทธศาสตร์การก่อความไม่สงบ(พ.ศ.๒๕๕๑)

            ๓.สื่อสังคมออนไลน์ : ภัยคุกคาม ?(พ.ศ.๒๕๕๕)

            ๔. IOหลากทรรศนะ(พ.ศ.๒๕๕๖)

            ๕.IO Advanced(พ.ศ.๒๕๖๐)

            ๖.ยุทธไลน์ (พ.ศ.๒๕๕๘)

            ๗.ยุทธไลน์ ๑๐๐(พ.ศ.๒๕๖๐)

            ๘.ยุทธการต้นน้ำ ๘๔๐(พ.ศ.๒๕๕๙)

            และ เล่มที่ ๙ เขียนถึงประวัติชีวิตการทำงานของ พล.อ.ปราการ ชลยุทธเรื่อง “นักรบ ๔ สมรภูมิ”เขียนเมื่อปี พ.ศ.๒๕๕๙ ให้เห็นภาพการปฏิบัติงานด้วยความเสียสละและเป็นตัวอย่างที่ดีเด่นของท่าน ทั้ง ๔ สมรภูมิ ตั้งแต่การต่อสู้เพื่อเอาชนะคอมมิวนิสต์จนถึงการแก้ไขปัญหา จชต. ในตำแหน่ง “แม่ทัพภาคที่ ๔” ผู้มีฉายาว่า“แม่ทัพในดวงใจประชาชน”

 


        

       กลุ่มสุดท้ายเป็นหนังสือระดับโลก เรื่องการก่อการร้ายและการปฏิบัติการกู้ภัยพิบัติ มีหนังสือ ๒ กลุ่มย่อย  กลุ่มย่อยแรก มี ๕ เล่ม เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการก่อการร้าย ประกอบด้วย

            ๑. คู่มือการก่อการร้ายอัลเคดา (พ.ศ.๒๕๔๘)

            ๒. จาก...แรงบันดาลใจ เป็น...หลักสูตร สู่...ภาคปฏิบัติ(พ.ศ.๒๕๕๓)

            ๓. รู้เท่าทัน...”การก่อการร้าย”(พ.ศ.๒๕๕๕)

            ๔. IS : เป็น อยู่ คือ (พ.ศ.๒๕๕๘)

            ๕. Lone Wolf (พ.ศ.๒๕๖๐)


 

          และกลุ่มย่อยที่ ๒ เป็นชุดหนังสือ ๔ เล่ม “กลัว หวัง ศรัทธา พลัง”อยู่ในเรื่อง “ถอดบทเรียน “ถ้ำหลวง” : กู้ภัยระดับโลก” เป็นปรากฏการณ์กู้ภัยระดับโลก เพื่อช่วยเหลือทีมหมูป่าที่ติดถ้ำหลวง อำเภอ แม่สาย จังหวัดเชียงราย เป็น “Impossible Mission” ที่ระดมนักคิดและนักกู้ภัยจิตอาสาทั่วโลก กระทั่งประสบความสำเร็จช่วยให้ทีมหมูป่าทุกคนปลอดภัย จากกรณีนี้ถือว่าเป็นองค์ความรู้ที่เกิดขึ้นในเมืองไทย ทางโรงเรียนเสนาธิการทหารบก ได้รับอนุมัติจากกองทัพบก จึงได้ร่วมมือกับทุกภาคส่วน รวมทั้งภาคประชาชน “ฅนอาสา” ร่วมกันจัดงาน “วันฅนอาสาโลก”เมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม ที่ผ่านมา และจะจัดในทุกๆปี 

 

 

            บทสรุปจากการเลือกเส้นทางการเป็นอาจารย์ของผม ตั้งแต่การเริ่มจรดปลายปากกาแรก เพื่อเขียนบทความแรก และฝึกฝนสร้างงานเขียนด้วยตัวเอง จนกระทั่งเป็น “บรรณาธิการ”รวบรวมนักเขียนที่มีอุดมการณ์เดียวกัน มาช่วยจัดทำ “หนังสือ” หลากหลายประเภท ไว้เป็นมรดกของโรงเรียนเสนาธิการทหารบกและกองทัพบก โดยจัดแบ่งหนังสือ ออกเป็น ๔ กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มรักบ้านเกิด (๑ เล่ม) กลุ่มสถาบันการศึกษา (รร.สธ.ทบ. - ๓ เล่ม) กลุ่มชาติบ้านเมือง (๑๑ เล่ม) และกลุ่มระดับโลก (๖ เล่ม) ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องแล้ว ตลอดระยะเวลา ๒๕ ปี ของการทำหน้าที่ “อาจารย์” โรงเรียนเสนาธิการทหารบก

            ถึงวันนี้ สู่บทพิสูจน์ที่ว่า “๒๕ ปี ในโรงเรียนเสนาธิการทหารบก ผมได้ทำอะไร? เพื่อกองทัพบกและประเทศชาติไว้บ้าง” !!!

***************

 

พลตรี บุญรอด  ศรีสมบัติ

ผู้บัญชาการ โรงเรียนเสนาธิการทหารบก

๙ สิงหาคม ๒๕๖๒

 

 

Print
244 Rate this article:
No rating

x


Copyright 2019 by CGSC Terms Of Use Privacy Statement
Back To Top